รูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างไร

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก ทั้งนี้ น้ำมันเชื้อเพลิงที่บริษัทจำหน่ายส่วนใหญ่สั่งซื้อโดยตรงมาจากบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และขนส่งโดยกองรถบรรทุกน้ำมันของบริษัทจากโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า น้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่บริษัทจำหน่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์และกลุ่มผู้ใช้น้ำมันอื่น (เช่น เกษตรกรที่ใช้น้ำมันสำหรับเครื่องจักรการเกษตร เป็นต้น) ผ่านสถานีบริการน้ำมัน PT รวมถึงขายส่งให้กับกลุ่มผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันอิสระที่ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่ กลุ่มผู้ค้าส่งน้ำมันรายอื่น และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบัน บริษัทขยายสถานีบริการเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขึ้น เพื่อการบริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย


นอกจากธุรกิจค้าน้ำมัน บริษัทประกอบธุรกิจใดอีกบ้าง


ลักษณะการบริหารจัดการสถานีบริการน้ำมัน PT เป็นอย่างไร

สถานีบริการน้ำมัน PT มี 2 ประเภท ได้แก่ 1. สถานีบริการน้ำมันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และบริหารงานโดยบริษัท (Company Owned Company Operated : COCO) 2. สถานีบริการน้ำมันที่เป็นของผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิ์และอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า PT จากบริษัท (Dealer Owned Dealer Operated : DODO) โดยบริษัทและบริษัทย่อยจะเป็นผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับตัวแทนจำหน่ายน้ำมันของบริษัทที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบ


ปัจจุบันบริษัทมีสถานีบริการจำนวนเท่าใดและมีเป้าหมายในการขยายสาขาอย่างไร?

สิ้นปี 2559 บริษัทมีจำนวนสถานีบริการอยู่ที่ 1,407 สถานี โดยแบ่งเป็นสถานีแบบ COCO (Company Owned Company Operated) จำนวน 1,194 สถานี และ สถานีแบบ DODO (Dealer Owned Dealer Operated) 213 สถานี โดยมีเป้าหมายการขยายสาขาเพิ่มปีละ 350-400 สาขา


ข้อดีของการมีรถขนส่งน้ำมันของตัวเองคืออะไร และปัจจุบันมีจำนวนรถขนส่งน้ำมันเท่าไหร่?

การมีรถขนส่งน้ำมันของตัวเองทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการขนส่งได้ดีกว่าการขนส่งทางท่อหรือการใช้บริการ sub contract เนื่องจากสามารถบริหารการขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นไปจัดเก็บที่คลังน้ำมันของบริษัทซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) 9 แห่ง และอยู่ระหว่างก่อสร้างคลังน้ำมันแห่งที่ 10 ซึ่งกระจายตัวครอบคลุมสถานีบริการทั่วประเทศ และทำการจัดส่งให้สถานีบริการต่อไป ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนรถขนส่งน้ำมันประมาณ 407 คัน


บัตร PT Max Card คืออะไร สมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

เป็นบัตรสมาชิกเพื่อใช้สะสมแต้มจากการเติมน้ำมันและซื้อเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย โดยสามารถนำแต้มแลกส่วนลดเติมน้ำมันและแลกของรางวัลอื่นๆ ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาประสิทธิภาพและสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก เพื่อให้บัตรสะสมแต้มนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น สามารถดูรายละเอียดของรางวัลเพิ่มเติมที่ www.ptmaxcard.com


นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทเป็นอย่างไร

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะบริษัทภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น (ถ้ามี) อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน สภาพคล่อง ความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน แผนการลงทุน และการขยายธุรกิจในอนาคต สภาวะตลาด ความเหมาะสม และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและการบริหารงานของบริษัท ในปี 2558 และ 2559 บริษัทจ่ายเงินปันผลเป็น 98% และ 87% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะบริษัท ตามลำดับ


มาตรฐาน EURO คืออะไร?

คําว่า ยูโร มาจากคําว่า ยุโรป ในที่นีหมายถึงกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป โดยกลุ่มประเทศเหล่านีได้มีการวางกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมสําหรับในด้านการใช้เชื้อเพลิงในภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีการปล่อยมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มมีการควบคมการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) โดยได้มีการกําหนดมาตรฐานไอเสียสําหรับยานพาหนะ ควบคู่กับมาตรฐานของเชื้อเพลิง เพื่อให้ยานพาหนะที่ผลิตจําหน่ายออกมาปลดปล่อยไอเสียได้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนด ผลจากการกําหนดมาตรฐานดังกล่าว ก่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเทคโนโลยียานพาหนะเพื่อให้สามารถควบคุมการปลดปล่อยมลพิษให้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน และในด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งได้แก่ น้ำมันเบนซินและดีเซลก็ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อลดองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดมลพิษให้น้อยลงไปด้วย ดังนั้น น้ำมันยูโร 4 คือ น้ำมันเบนซิน หรือ ดีเซล ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของกลุ่มประเทศยุโรป ระดับ (หรือ ลําดับ) 4

Source: สำนักคุณภาพเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน


ค่าการตลาด (Marketing Margin) คืออะไร

คือส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีกน้ำมัน ณ สถานีบริการ หลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) กับราคาน้ำมันที่บริษัทซื้อจากโรงกลั่นน้ำมันหลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ความสัมพันธ์ระหว่างราคาขายปลีก ราคาน้ำมันที่บริษัทซื้อจากโรงกลั่น และค่าการตลาดที่บริษัทได้รับแสดงได้ ดังนี้

หมายเหตุ: ภาษีมูลค่าเพิ่ม (1) ที่รวมอยู่ในราคาน้ำมันที่บริษัทซื้อจากโรงกลั่นเป็นเงินภาษีที่บริษัทมีสิทธิขอคืนจากกรมสรรพากร ซึ่งภาษีส่วนนี้เรียกว่า "ภาษีซื้อ" และภาษีมูลค่าเพิ่ม (2) ที่รวมอยู่ในราคาขายปลีกน้ำมันเป็นเงินภาษีที่บริษัทมีหน้าที่นำส่งให้กับสรรพากร ซึ่งภาษีส่วนนี้เรียกว่า "ภาษีขาย"


สามารถตรวจสอบค่าการตลาดได้อย่างไร

สามารถทำการตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน http://www.eppo.go.th/index.php/th/petroleum/price/structure-oil-price?orders[publishUp]=publishUp&issearch=1

  • เกี่ยวกับพีทีจี
  • เกี่ยวกับ พีทีจี
  • วิสัยทัศน์ & พันธกิจ
  • ค่านิยม
  • โครงสร้างคณะกรรมการบริหารองค์กร
  • คลังน้ำมัน
  • สถานีบริการ

  • สมาชิกบัตรพีที แมกซ์
  • ของรางวัล
  • รายละเอียดและเงื่อนไข
  • ผลิตภัณฑ์เเละบริการ
  • มาตรฐาน
  • น้ำมันเชื้อเพลิง
  • ขนส่ง
  • มินิมาร์ท
  • กาแฟพันธุ์ไทย

  • โอกาสทางธุรกิจ
  • สมัครแฟรนไชส์และเช่าสถานีบริการ
  • จัดหาวัสดุ
  • สมัครงาน
  • ร่วมงานกับเรา

  • เกร็ดความรู้
  • เกร็ดความรู้

  • กิจกรรมเพื่อสังคม
  • โครงการเพื่อสังคม พีทีจี
  • กิจกรรมเพื่อสังคม
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2555 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
  • เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
PT Call Center
1614